ยังไม่ทันเปิดฉากก็มีประเด็นให้แฟนบอลจับตาหลายเรื่อง โดยเฉพาะ 3 ทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล ที่ต่างมีโจทย์ของตัวเองชัดเจน แมนยูอยู่ในช่วงสร้างทีมใหม่ให้ลงตัว ลิเวอร์พูลกำลังปรับตัวภายใต้แนวทางของกุนซือใหม่ ส่วนอาร์เซนอลต้องรับบททีมลุ้นแชมป์ที่ทุกทีมอยากล้มให้ได้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีกยืนยันว่าเกมเปิดฤดูกาลจะเริ่มวันที่ 21 สิงหาคม 2026 โดยอาร์เซนอลเปิดบ้านเจอโคเวนทรี, แมนยูบุกเยือนฮัลล์ ซิตี้ และลิเวอร์พูลออกไปเยือนนิวคาสเซิล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคใหม่ที่ต้องพิสูจน์ความนิ่งมากกว่าปีก่อน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2026/27 เป็นทีมที่น่าจับตามองมาก เพราะอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างทีม โดยเฉพาะแดนกลางที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัด เว็บไซต์ทางการของสโมสรมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับผู้เล่นใหม่อย่าง อันเดรย์ ซานโตส, ยูริ ตีเลอมันส์ และคาร์ล ดาร์โลว์ รวมถึงบรรยากาศปรีซีซันภายใต้การทำทีมของไมเคิล คาร์ริคจุดที่น่าสนใจของแมนยูคือทีมไม่ได้ขาดนักเตะพรสวรรค์ แต่โจทย์ใหญ่คือความสม่ำเสมอ หลายฤดูกาลที่ผ่านมาแมนยูมักมีช่วงที่เล่นดีมาก แต่ก็มีช่วงหลุดง่ายเหมือนเปิดประตูบ้านแล้วลืมล็อก ถ้าฤดูกาลนี้แดนกลางคุมจังหวะได้ดีขึ้น เกมรับลดความผิดพลาด และแนวรุกจบสกอร์คมกว่าเดิม แมนยูมีโอกาสกลับมาเป็นทีมที่ลุ้นพื้นที่หัวตารางได้จริงอีกเรื่องที่ต้องจับตาคือเกมเยือน แมนยูเปิดฤดูกาลด้วยการไปเยือนฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมน้องใหม่ เกมแบบนี้ดูเหมือนง่ายบนกระดาษ แต่พรีเมียร์ลีกไม่เคยใจดีกับใคร โดยเฉพาะทีมเลื่อนชั้นที่มักเล่นด้วยพลังเต็มถัง หากแมนยูเก็บชัยได้ตั้งแต่เกมแรก จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทีมได้มาก แต่ถ้าสะดุดเร็ว ความกดดันจะมาไวเหมือนแจ้งเตือนมือถือที่ปิดไม่ทัน
ลิเวอร์พูลกับการเปลี่ยนผ่านที่แฟนบอลรอดูการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิม
ลิเวอร์พูลฤดูกาล 2026/27 มีความน่าสนใจตรงคำว่าเปลี่ยนผ่านเพราะทีมกำลังเดินหน้าในแนวทางใหม่ภายใต้ อันโดนี อิราโอลา เว็บไซต์ทางการลิเวอร์พูลมีการพูดถึงการเตรียมทีมช่วงปรีซีซัน การใส่สไตล์การเล่นของกุนซือใหม่ รวมถึงผู้เล่นอย่าง วิคตอร์ มูนญอซ และเฌเรมี ฌักเกต์ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมสิ่งที่แฟนลิเวอร์พูลอยากเห็นคือทีมจะกลับมาเล่นด้วยพลัง ความเร็ว และความดุดันได้มากแค่ไหน เพราะจุดเด่นของลิเวอร์พูลในยุคที่ประสบความสำเร็จคือการเพรสซิ่งหนัก เกมรุกเร็ว และบรรยากาศในแอนฟิลด์ที่กดดันคู่แข่งได้จริง หากอิราโอลาสามารถทำให้ทีมกลับมามีตัวตนชัดเจนในสนาม ลิเวอร์พูลจะเป็นทีมที่น่ากลัวมากแต่โจทย์ของลิเวอร์พูลไม่ง่าย เพราะทีมต้องจัดสมดุลระหว่างผู้เล่นเก่าและผู้เล่นใหม่ รวมถึงการรับมือกับเกมใหญ่ที่มาเร็วตั้งแต่เปิดฤดูกาล นัดแรกต้องบุกไปเยือนนิวคาสเซิล ซึ่งเป็นสนามที่เล่นยากมาก โปรแกรมแบบนี้เหมือนเปิดเทอมวันแรกแล้วอาจารย์แจกข้อสอบทันที ถ้าลิเวอร์พูลผ่านเกมแรกได้ดี จะช่วยสร้างน้ำหนักให้โปรเจกต์ใหม่ของทีมดูน่าเชื่อถือขึ้นทันที
อาร์เซนอล จากทีมลุ้นแชมป์สู่ทีมที่ต้องรักษามาตรฐานให้เหมือนเดิม
อาร์เซนอลอาจเป็นทีมที่ถูกจับตามองที่สุดในสามทีมนี้ เพราะพวกเขาเข้าสู่ฤดูกาล 2026/27 ด้วยสถานะทีมระดับลุ้นแชมป์เต็มตัว เว็บไซต์ทางการอาร์เซนอลยืนยันดีลสำคัญอย่าง ปิเอโร อินกาปีเอ ที่ย้ายถาวรจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซน หลังมีบทบาทสำคัญกับแคมเปญพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านี้ และสโมสรยังระบุว่าแนวรับของทีมเสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุดจุดเด่นของอาร์เซนอลคือระบบการเล่นที่ชัดเจน เกมรับแน่น แดนกลางมีคุณภาพ และแนวรุกเล่นเข้าระบบมากขึ้น ทีมของมิเกล อาร์เตตาไม่ได้เป็นแค่ทีมดาวรุ่งพลังเยอะเหมือนเมื่อก่อน แต่เริ่มมีความนิ่งและประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์มากขึ้น ฤดูกาลนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าอาร์เซนอลดีพอไหม แต่เป็นคำถามว่าพวกเขาจะรักษาความเข้มข้นได้ตลอดทั้งซีซันหรือเปล่าโปรแกรมเปิดฤดูกาลของอาร์เซนอลถือว่าน่าสนใจ เพราะได้เล่นในบ้านพบโคเวนทรี ซิตี้ ทีมน้องใหม่ แม้ดูเป็นเกมที่อาร์เซนอลเหนือกว่า แต่เกมเปิดฤดูกาลมักมีความกดดันเสมอ โดยเฉพาะทีมที่ถูกคาดหวังสูง หากอาร์เซนอลเริ่มต้นด้วยชัยชนะที่ชัดเจน จะช่วยส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมเดินหน้าลุ้นแชมป์ต่อ แต่ถ้าสะดุด ก็อาจทำให้เสียงวิจารณ์มาเร็วตั้งแต่ยังไม่ทันอุ่นกาแฟหมดแก้ว
สรุป 3 ทีมใหญ่ใครน่าจับตามองที่สุด
ถ้ามองภาพรวม แมนยูน่าจับตาในฐานะทีมที่กำลังสร้างตัวตนใหม่ ลิเวอร์พูลน่าจับตาเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่อาจพาทีมกลับมาดุดันอีกครั้ง ส่วนอาร์เซนอลน่าจับตาในฐานะทีมที่ต้องรักษามาตรฐานระดับลุ้นแชมป์เอาไว้ให้ได้แมนยูต้องพิสูจน์ว่าการเสริมทีมและแนวทางของคาร์ริคจะทำให้ทีมเสถียรขึ้นจริงหรือไม่ ลิเวอร์พูลต้องพิสูจน์ว่าระบบใหม่ของอิราโอลาจะเข้ากับดีเอ็นเอของสโมสรได้เร็วแค่ไหน ส่วนอาร์เซนอลต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ทีมที่เล่นดีเป็นช่วง ๆ แต่เป็นทีมที่พร้อมยืนระยะในระดับสูงตลอดฤดูกาลฤดูกาล 2026/27 จึงน่าสนุกมาก เพราะทั้งสามทีมมีเรื่องให้ติดตามคนละแบบ แมนยูมีคำถามเรื่องความนิ่ง ลิเวอร์พูลมีคำถามเรื่องการเปลี่ยนผ่าน และอาร์เซนอลมีคำถามเรื่องการรักษาความเป็นทีมระดับท็อป หากทั้งสามทีมตอบโจทย์ของตัวเองได้ พรีเมียร์ลีกซีซันนี้มีโอกาสเดือดตั้งแต่ต้นจนจบแน่นอน

